✨ เปิดตำนานสุดยอดพุทธศิลป์: พระกริ่งสิทธัตโถ วัดบรมนิวาส รุ่นแรก ปี ๒๕๐๘ ✨
"ผู้ประทานความสำเร็จ" ผนึกบารมีทัพธรรมสายป่ากรรมฐานและพระเกจิเรืองเวทย์
📜 ๑. ปฐมบทแห่งความศักดิ์สิทธิ์และบารมีธรรม
เครดิตภาพ : https://www.thaprachan.com/
ในทำเนียบของวัตถุมงคลเมืองไทย "พระกริ่งสิทธัตโถ" แห่งวัดบรมนิวาสราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร นับเป็นสุดยอดพระเครื่องยุคหลังกึ่งพุทธกาลที่ทรงคุณค่าและได้รับการยกย่องสูงสุด วัดบรมนิวาสเองถือเป็นพระอารามหลวงชั้นเอกที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในฐานะศูนย์กลางของคณะสงฆ์ธรรมยุต และเป็นสถานที่พำนักของพระวิปัสสนาจารย์สายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต เมื่อครั้งเดินทางเข้ากรุงเทพฯ มูลเหตุสำคัญของการจัดสร้างพระกริ่งรุ่นแรกในปี พ.ศ. ๒๕๐๘ เกิดจากดำริของพระครูสังฆบริรักษ์ (มโนรมย์) และพระมหาชลอ กิตติสาโร (พระธรรมวราลังการ) เพื่อรวบรวมทุนทรัพย์ไปก่อสร้างพระอุโบสถ ณ วัดหนองหลวง อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี
ความพิเศษที่ทำให้พระกริ่งรุ่นนี้ทวีความศักดิ์สิทธิ์ประการหนึ่งคือ นามอันเป็นมงคลสูงสุดที่ได้รับประทานจาก สมเด็จพระสังฆราช (อยู่ ญาโณทัย) แห่งวัดสระเกศ ว่า "สิทธัตโถ" ซึ่งมีความหมายอันลึกซึ้งว่า "ผู้ประทานความสำเร็จ" หรือ "ผู้มีความสำเร็จสมความปรารถนา" พระกริ่งสิทธัตโถจึงเปรียบเสมือนจุดเชื่อมโยงบารมีธรรมครั้งประวัติศาสตร์ เป็นการตอกย้ำสายใยอันเหนียวแน่นระหว่างพระสงฆ์สายคามวาสี (สายปริยัติในเมืองหลวงผู้เชี่ยวชาญสรรพวิชา) และพระวิปัสสนาจารย์สายอรัญวาสี (พระป่าสายปฏิบัติที่เปี่ยมด้วยสมาธิจิตอันบริสุทธิ์) เข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
⚒️ ๒. พิมพ์ทรง มวลสารนวโลหะ และจุดจ่ายตังค์
ด้านพุทธศิลป์และมวลสาร พระกริ่งสิทธัตโถจัดสร้างตามขนบประเพณีโบราณชั้นครู โดยสืบทอดสูตร "นวโลหะ" ตามตำรับของสมเด็จพระพนรัต วัดป่าแก้ว ซึ่งต้องใช้ธาตุกายสิทธิ์ ๙ ประการ (ได้แก่ ทองคำ เงิน ทองแดง จ้าวน้ำเงิน เหล็กละลายตัว ดีบุก สังกะสี ชิน และปรอท) ในสัดส่วนที่แม่นยำ น้ำหนักรวม ๔๕ บาทต่อหนึ่งอัตราส่วน ผสมผสานกับการจารอักขระ "พระยันต์ ๑๐๘" และ "นะปถมัง ๑๔ นะ" ลงบนแผ่นโลหะโดยพระมหาเถระชั้นผู้ใหญ่และเกจิอาจารย์ ๑๐๘ รูปทั่วประเทศ เมื่อกระแสโลหะหลอมรวมกันแล้ว วรรณะเบื้องต้นจะออกสีเหลืองอมทอง และเมื่อสัมผัสกับอากาศหรือไอเหงื่อเป็นเวลานาน ผิวพระจะทำปฏิกิริยาออกซิเดชันจน "กลับดำ" เป็นเงางาม มีความซึ้งนุ่มตาตามลักษณะนวโลหะแท้ที่นักสะสมใฝ่หา
สำหรับ "จุดจ่ายตังค์" หรือเอกลักษณ์สำคัญในการพิจารณาความแท้ บริเวณฐานด้านหลังจะต้องมีการตอกโค้ดคำว่า "สิทธัตโถ" ซึ่งแกะบล็อกจำลองมาจากลายพระหัตถ์ของสมเด็จพระสังฆราช (อยู่) รอยตอกกระแทกนี้จะต้องลึก คม และมีรอยปลิ้นของเนื้อโลหะบริเวณขอบรอยตอกอันเกิดจากแรงกระแทกตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังพบโค้ดสัญลักษณ์อื่นๆ เช่น โค้ด ๓ จุด, โค้ด ๖ จุด หรือตัวเลข ๙ ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์ที่เป็น "พิมพ์แต่ง" หรือ "แต่งเก่า" ที่ช่างฝีมือในยุคนั้นนำมาตะไบตกแต่งพิมพ์ใหม่ให้คมชัด พลิ้วไหว พร้อมกับบุทองคำแท้ประดับที่พระเกศและพระนลาฏ จะถูกจัดให้เป็น "บล็อกนิยม" ที่มีความวิจิตรงดงามและมีมูลค่าการเช่าหาสูงมาก ส่วนรอยอุดกริ่งใต้ฐานจะต้องปิดสนิท กลมกลืน และเสียงเม็ดกริ่งเมื่อเขย่าต้องดังกังวานใสไม่ติดขัด บ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของการหล่อ
🕉️ ๓. พิธีมหาพุทธาภิเษกอันยิ่งใหญ่แห่งยุค
ความเข้มขลังที่แท้จริงของพระกริ่งรุ่นนี้อยู่ที่พิธีมหาพุทธาภิเษกอันลือลั่น ซึ่งยากจะหาพิธีใดในยุคปัจจุบันมาเทียบเคียง พิธีเททองหล่อองค์พระปฐมฤกษ์จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๐๘ โดยสมเด็จพระสังฆราช (อยู่) เสด็จเป็นองค์ประธาน ตามด้วยพิธีสมโภชและพุทธาภิเษกอย่างยิ่งใหญ่ ณ พระอุโบสถวัดบรมนิวาส ตลอดระยะเวลา ๔ วัน ๔ คืน ระหว่างวันที่ ๖-๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๐๘ โดยมีการอาราธนาพระเกจิอาจารย์สายพุทธาคมภาคกลาง และพระวิปัสสนาจารย์ศิษย์สายหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต จากภาคอีสานและเหนือ มาร่วมนั่งปรกบริกรรมภาวนาถึง ๔๒ รูป
รายนามสุดยอดพระเถราจารย์ที่เข้าร่วมพิธี อาทิ หลวงปู่นาค วัดระฆังโฆสิตาราม, หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม, หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม, หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี, หลวงปู่ขาว อนาลโย, หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร, พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร, หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ และพระอาจารย์วัน อุตฺตโม เป็นต้น การประจุพลังจิตจากทั้งสองสายวิชาทำให้วัตถุมงคลรุ่นนี้มีทั้งความขลังทางเวทมนตร์คาถาและความบริสุทธิ์จากญาณสมาบัติขั้นสูง
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีในพระนคร คณะผู้จัดสร้างยังได้นำพระกริ่งไปขอบารมีให้ หลวงปู่แหวน สุจิณฺโณ ณ วัดดอยแม่ปั๋ง จังหวัดเชียงใหม่ และ ท่านเจ้าคุณนรรัตนราชมานิต ณ วัดเทพศิรินทราวาส อธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยวเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ เพื่อเพิ่มพูนพลังงานทางจิตวิญญาณขั้นสูงสุด (ยิ่งไปกว่านั้น ในการจัดสร้างวาระที่ ๕ รุ่นไตรมาส ปี พ.ศ. ๒๕๑๗ หลวงปู่แหวนยังได้เมตตามอบเส้นเกศาและนขาธาตุ เพื่อนำมาบรรจุอุดไว้ใต้ฐานพระกริ่งทุกองค์ สร้างตำนานบทใหม่ให้วงการพระเครื่องอีกด้วย)
🌟 ๔. พุทธคุณ ปาฏิหาริย์ และประสบการณ์เหนือกาลเวลา
ด้วยความสมบูรณ์พร้อมของชนวนมวลสารและสุดยอดพิธีกรรม พระกริ่งสิทธัตโถจึงเปี่ยมไปด้วยอิทธิคุณครอบจักรวาล โดดเด่นอย่างยิ่งในด้านการเกื้อหนุนดวงชะตา พลิกร้ายกลายเป็นดี ขจัดอุปสรรคขวากหนาม และประทานความเจริญก้าวหน้าในสัมมาอาชีพ สมดั่งพระนาม "ผู้ประทานความสำเร็จ" อีกทั้งยังแฝงคติความเชื่อเรื่อง "พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า" หรือพระพุทธเจ้าแพทย์ในคติมหายาน ผู้คนจึงนิยมนำพระกริ่งรุ่นนี้มาอาราธนาแช่ทำน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อดื่มกินรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ปัดเป่าเสนียดจัญไร และเสริมสิริมงคลก่อนเริ่มกิจการงานสำคัญ
ประสบการณ์เชิงประจักษ์ที่สร้างความตกตะลึงระดับประเทศและกลายเป็นหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ เกิดขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ เมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่จากไฟฟ้าลัดวงจร ณ ศาลาอุรุพงษ์ ภายในวัดบรมนิวาส แม้ความร้อนจะเผาผลาญศาลาไม้เก่าแก่อายุกว่า ๘๐ ปีจนวอดวายราบเป็นหน้ากลอง แต่ตู้ไม้เก่าใบหนึ่งที่ประดิษฐาน "พระกริ่งสิทธัตโถ" กลับรอดพ้นจากกองเพลิงได้อย่างอัศจรรย์ กระจกตู้ไม่แตก ไม่มีแม้คราบเขม่าควันเกาะติด ซ้ำยังมีมดนับล้านตัวที่หนีเข้าไปหลบภัยอยู่ภายในรอดชีวิตทั้งหมด ถือเป็นสุดยอดประสบการณ์ด้านมหาอุดและแคล้วคลาดที่ได้รับการกล่าวขานจากทั้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและชาวบ้านมาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ยังมีนักธุรกิจจำนวนมากที่อาราธนาพระกริ่งสิทธัตโถแล้วสามารถฟื้นฟูกิจการจากวิกฤตเศรษฐกิจได้อย่างน่าอัศจรรย์
💎 ๕. บทสรุป: เพชรน้ำเอกที่ควรค่าแก่การครอบครอง
พระกริ่งสิทธัตโถ วัดบรมนิวาสราชวรวิหาร รุ่นแรก ปี ๒๕๐๘ ได้ก้าวล่วงเหนือการเป็นเพียงเครื่องรางของขลังทั่วไป แต่คือ "สัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์" ที่บันทึกการหลอมรวมความเข้มขลังทางเวทวิทยาคมของพระเกจิอาจารย์เมืองกรุง เข้ากับความบริสุทธิ์แห่งจิตของพระป่าสายกรรมฐาน ด้วยพุทธศิลป์ที่งดงาม มวลสารศักดิ์สิทธิ์ตามตำรับโบราณที่หาทำได้ยากยิ่งในปัจจุบัน และประสบการณ์เชิงประจักษ์ที่พิสูจน์ได้ พระเครื่องรุ่นนี้จึงเป็น "เพชรน้ำเอก" แห่งวงการพระเครื่องไทยที่ทรงคุณค่าอย่างหาที่สุดมิได้ การได้เช่าหามาอาราธนาติดตัวย่อมนำมาซึ่งความเป็นสิริมงคล เมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย และเป็นมรดกทางพุทธศิลป์ที่เปี่ยมด้วยมูลค่ามหาศาลสำหรับการสะสมและส่งทอดสู่ลูกหลานในอนาคต

ความคิดเห็น